top of page
  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • icon175x175

9 day 8 night จากเชียงดาวถึงแก่งลานนกยูง

  • เรื่อง Piti Tan ภาพ YERYAE.CO
  • Dec 23, 2016
  • 4 min read

ขึ้นเหนือรอบนี้ เยอะแยะ camping ได้ไปแอ่วหลายที่ทีเดียว

พร้อมกับบันทึก เส้นทาง สถานที่ อาหาร สำหรับนักแค้มป์ให้ได้รู้ข้อมูลแต่ละแห่งมาฝาก พร้อมเก็บอารมณ์และบรรยากาศมาฝากกันนะครับ อ้อ ! ที่ท้าทายสุดๆเที่ยวนี้คงหนีไม่พ้นดอยเชียงดาว จุดหมายที่นักแค้มป์ทั้งหลายฝันไว้ว่าต้องไปพิชิต ทีมที่จะขึ้นดอยหลวงมีทั้งหมด 7 คน หลังจากลงดอย ขอกลับก่อน 3 คน เหลือ 4 คนล่องต่อ


เส้นทางทั้งหมด : ดอยเชียงดาว - ปางอุ๋ง - อช แม่เมย - อช ลานสาง - อช แม่วงก์ แก่งลานนกยูง

27 พ.ย. 59 : วันเดินทาง

เราออกกันตั้งแต่ 04.00 น. หรือ ตี 4 เพื่อจะได้ไปถึงก่อนมืด ระยะทางจากนนทบุรีไปถึงเชียงดาว ประมาณ 740 กิโลเมตร ขับขึ้นเหนือไปทางสายเอเชีย ถึงนครสวรรค์แล้วแยกไปทางตาก ขึ้นไปลำปาง แวะเที่ยวพระธาตุลำปางหลวง ผ่านเชียงใหม่ ออกไปทางแม่ริม แม่แตง จนไปถึงอำเภอเชียงดาว แล้ววิ่งเส้นเลี่ยงเมืองไปทางถ้ำเชียงดาว ไปถึงประมาณ 16.00 น. ทีแรกว่าจะไปกางเต๊นท์ที่ทำการ แต่ปรึกษากันแล้วว่า คืนแรกต้องเตรียมตัวเยอะหน่อย เลยเลือกนอนรีสอร์ทแถวนั้นดีกว่า ที่สำคัญสามารถฝากรถไว้ได้ด้วย เพราะเราจะเดินขึ้นดอย 3 วัน 2 คืน ก็ได้ที่นอนคืนแรกที่แสนคำรีสอร์ท ก่อนจะเย็นก็นัดหมายกับทางเจ้าหน้าที่ จะมีรถมารับพรุ่งนี้ที่รีสอร์ทเลย ตอน 9.00 น.

แวะเที่ยวลำปาง
เห็นดอยเชียงดาวแล้ว พรุ่งนี้จะไปบนนู่นแหละ

28 พ.ย. 59 : เดินขึ้นดอยหลวงเชียงดาว

เราตื่นกันตั้งแต่ 7 โมงเช้า อาบน้ำ เตรียมสัมภาระ กินข้าวเช้า รถมารับ 9 โมงกว่าๆ พาเราไปที่ทำการ จ่ายค่าธรรมเนียมเข้าเขตรักษาพันธุ์ คนละ 50 บาท แต่ทางเขตจะเก็บมัดจำค่าขยะ อีกประมาณ 500 บาท ตอนลงต้องนำมาทิ้งที่เขตจึงจะคืนมัดจำให้เรา รับลูกหาบ ลูกหาบจะแบกให้เรา คนละ 20 กิโลกรัม เราจ้างไป 4 คน ก็ต้องเอาของเรามาชั่ง แล้วกระจายน้ำหนัก ให้ลูกหาบแต่ละคนแบก ค่าลูกหาบคนละ 450.- บาท ต่อวัน อารมณ์ขณะชั่ง เฮ้ย ขาดอีก 10 โล เอา มาอีก เฮ้ย เกินไปอีก เอาออกๆ เหมือนเล่นเกมส์เวทีทองซะงั้นล่ะ (เกมส์โชว์บอกอายุมากมาย) อ้อ ลืมบอกค่ารถรับส่ง 1,800.- บาท ต่อคัน ส่วนอาหารของเรา ก็เตรียมกันไปเอง ของลูกหาบไม่ต้อง ลูกหาบหากินเอง ของพวกเราที่เตรียมไปมีดังนี้ น้ำดื่ม 40 ลิตร(ให้ลูกหาบแบกน้ำไปล่วงหน้าแล้วอีก 20 ลิตร เผื่อไว้ถ้าไม่ได้ใช้ไม่คิดเงิน) ข้าวสาร ขนมปัง ผักกาดดองแบบซอง หมูแผ่น หมูกรอบ หมูทุบ แกงสำเร็จรูปแบบซอง กุนเชียง ปลาทูน่าในน้ำเกลือ ไข่ไก่ดิบ เราไม่มีของสดเลย เพราะกลัวจะเสีย อุปกรณ์ทำครัวก็มีหม้อเล็กๆไว้หุงข้าว จานชามช้อนส้อม


หลังจากเข้าห้องน้ำที่เขตเรียบร้อย เราก็ขึ้นรถกระบะกันต่อ เพื่อที่จะไปเดินขึ้นที่เด่นหญ้าขัด ลืมบอกไปว่าทุกคนพยายามถ่ายออกมาให้เยอะที่สุด เพราะรู้ว่าข้างบนไม่มีห้องน้ำ มีแต่ส้วมหลุม แต่สุดท้ายไม่รอด 5555 เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ อ่ะ หลังจากรถส่งเราที่ทำการขุนห้วยแม่กอก หรือเด่นหญ้าขัดนั่นเอง เจ้าหน้าที่แนะนำให้เดินขึ้นทางนี้ เพราะชันน้อยกว่าปางวัว แต่ระยะทางจะไกลกว่าประมาณ 2 กิโลเมตรได้ เราก็เริ่มออกเดินกันไป ลูกหาบขอกินข้าวก่อน เด๋ยวค่อยตามไป พวกเราก็เลยบอกว่า เร็วๆนะ เด๋ยวจะช้ากว่าพวกเรา ต้อมหัวหน้าทีมลูกหาบถึงกับหัวเราะออกมา พร้อมกับบอกว่า เอาให้ได้ครึ่งทางก่อนเถอะครับพี่ๆ ให้ถึงก่อนผมนะ ระหว่างทางเราเดินกันเพลินๆ ดูป่าสน ถ่ายรูปสนุกสนาน จนเที่ยง ทีมเราหยุดพักแวะกินไก่ย่าง 5 ดาว ข้าวเหนียว แคปหมู น้ำพริกหนุ่ม แวะซื้อที่ตลาดกันก่อนขึ้นมา หลังจากกินเสร็จก็เจอต้อมและลูกหาบทีมผ่านมาพอดี เราก็เลยบอก เป็นไงบ้าง จะครึ่งทางแล้วใช่มั้ยล่ะ ต้อมขำเล็กน้อยก่อนบอกว่า พี่ครับ นี่แค่ 2 กิโลเองมั้ง พวกเราได้ยินดังนั้น เลยรีบเก็บของเดินกันใหญ่ทีเดียว ต้อมบอกว่าผมจะไปรอตรงทางแยกนะพี่ เดี๋ยวเจอกัน พอถึงทางแยกเราก็นั่งพักสักครู่ แล้วก็เดินต่อ (ทางแยกอีกทางไปปางวัวสำหรับขากลับจะเร็วกว่าทางเดิม) หลังจากทางแยกมาเรารู้ซึ้งแล้วว่าที่ผ่านมาคือทุ่งลาเวนเดอร์นั่นเอง ทางข้างหน้าขึ้น ขึ้น แล้วก็ขึ้นตลอด กว่าจะถึงที่กางเต๊นท์ แทบหมดแรง ขึ้นประมาณ 10.30 น. ไปถึง 16.30 น. ระหว่างทางได้เห็นเทียนนกแก้วดอกไม้ที่เปรียบเสมือนนางเอกของภูเขาลูกนี้ ต้อมไปถึงก่อน พร้อมกางเต๊นท์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ดูไม่เหนื่อยเลย ลองถามต้อมบอกว่า ดอยเชียงดาวเปิดให้เดินขึ้น 3 เดือน ต้อมและลูกหาบทั้งหมดจะมาลงชื่อ เดินขึ้นเกือบทุกวัน 2-3 วันแรกก็เหนื่อยเหมือนพวกเรานี่แหละ พอเริ่มอยู่ตัวก็เดินสบายๆแระ กลับมาที่พวกเราต่อ คืนแรกยอดดอย ทำอาหารกินกันท่ามกลางเมฆและฝนปรอยๆ แล้วเข้านอน ก่อนนอนตัวผมเองคิดว่า จะไม่มาอีกแล้ว เพราะเหนื่อยมาก เมื่อยมาก หนาวด้วย คร่อกกกฟี้

เทียนนกแก้ว สวยจริงๆ
พักกินข้าวเที่ยง ไก่ย่าง 5 ดาว
ถึงแล้ว กางเต็นท์นอน

29 พ.ย. 59 : บนดอยหลวง

ตี 4 ปวดท้องตุ่ยๆ ลุกขึ้นมานอกเต๊นท์ หมอกเยอะมาก ส่องไฟฉายก็มองไม่เห็นทางเกิน 2 เมตร แต่ไม่ไหวแล้ว ต้องการส้วมโดยด่วน เลยพยายามคลำทาง เดินหลงไปทีนึงจนเจอส้วม ไม่รอช้าหย่อนระเบิดทันใด เรียบร้อยกลับมานอนต่อ แต่ก็ไม่หลับแล้ว เลยต้มน้ำกินโอวัลติน กาแฟ ขนมปังใส่ทูน่ากินเป็นอาหารเช้า อ้อ มีข้าวเมื่อคืนเหลืออยู่ เลยต้มข้าวซะเลย กินกับหมูทุบ กุนเชียง ไข่เจียว หาของไปมา อ่าวลืมน้ำมันซะอีก เลยทอดกุนเชียงก่อน ใช้น้ำมันกุนเชียงเจียวไข่ต่อ เริ่มเช้าแล้ว แดดไม่สามารถทะลุเมฆหมอกมาได้เลย หนาแน่นมาก พวกเราได้แต่นั่งกินข้าวไปพลางๆ คิดว่าวันนี้คงจะเซ็ง พอสายๆ เราได้ตัดสินใจว่าจะเดินขึ้นกิ่วลม จุดดูพระอาทิตย์ขึ้น จริงๆต้องไปตั้งแต่ ตี 4 แต่หมอกเยอะเลยไม่ได้ขึ้นไป เพราะขึ้นไปก็จะไม่เห็น เราเริ่มเดินไปตอน 10 โมง จนถึงทางที่ต้องปีนขึ้นไป ทางเละมากเป็นโคลนเลย เพราะเมื่อคืนฝนลงปรอยๆทั้งคืน เราไม่ยอมแพ้ พยายามปีนไปได้ไม่ไกล จนเลอะไปหมด ก็ถอยทัพกลับที่มั่นเรา เตรียมทำอาหารเที่ยงกัน ระหว่างนั้นเมฆเริ่มหายไปบ้างแล้ว ถึงได้เริ่มเห็นว่ามีนกหลายหลายชนิดอยู่รอบตัวเรา มีปรอดหัวขาว ปรอดหงอนปากหนา พญาไฟ นกแว่นตาขาว นกกินปลีหางยาว และที่ดูไม่ทันอีกหลายตัวทีเดียว จนทางข้าวเสร็จเราก็เพลินไปกับบรรยากาศ สักบ่าย 2 ได้ ต้อมเดินมาชวนขึ้นไปจุดดูพระอาทิตย์ตกตอน 4 โมง พวกเรามองหน้ากันแล้วคุยกันว่า ไปตอนนี้เถอะ 5555 เพราะดูจากสังขารแล้วน่าจะใช้เวลาเยอะอยู่ เราเตรียมกล้อง อุปกรณ์ น้ำดื่มเสร็จก็เดินขึ้นไปกัน


ระหว่างทางพบเจอพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดที่ดอยอื่นไม่มี สวยมากจริงๆ เริ่มรักที่นี่แล้วสิ หลังจากใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงเดินขึ้นมายอดดอยเพื่อดูพระอาทิตย์ตก (เดินช้าเพราะแวะถ่ายรูปดูวิวริมทางตลอด) เมฆมาอีกแล้วเต็มไปหมด แต่พอยืนอยู่สักพัก ลมเริ่มพัดเมฆออกไป ผมได้แต่ยืนตะลึงในความงามที่ได้ยินมา แต่ไม่สามารถเทียบได้เลยเมื่อเจออยู่ตรงหน้า เหมือนสวรรค์งั้นแหละ ถึงจะไม่รู้ว่าสวรรค์เป็นยังไงนะ เอาเป็นว่าตั้งกล้องถ่ายแล้วถ่ายอีกไปจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เสียดายที่เมฆเยอะมาก จนไม่เห็นตอนแตะขอบฟ้า เริ่มมืดก็เริ่มหนาว เรารอดูทางช้างเผือกกันต่อ เขาบอกว่าวันนี้จะเห็นชัดอยู่ตอน 1 ทุ่มกว่าๆ ก็นั่งรอ ลมก็เย็นมาก แต่เราก็เห็นทางช้างเผือกกันจนได้ เก็บภาพได้ไม่กี่รูปเราก็รีบลงกัน เพราะไม่ไหวกับอากาศ ทั้งลม ทั้งหนาว บรื๋ออออ.... ลงมาทานข้าวเย็นแล้วเข้านอน ตอนเข้านอนผมเปลี่ยนความคิดจากคืนแรกเลย ต้องมาอีกให้ได้ !! ความเหนื่อยไม่ลืมนะ แต่ภาพที่เจอมันคุ้มค่าทุกนาที ดูทีวีสีช่อง 3 ไม่ใช่สิ คุ้มเฉยๆก็พอแล้ว ปีหน้าเราต้องฟิตกว่านี้ให้ได้ และที่สำคัญ เตรียมเงินมาจ้างลูกหาบเยอะกว่านี้ 55555

30 พ.ย. 59 : เดินลงดอย

วันนี้ตื่นมาฟ้าใสมาก สวยทีเดียว เห็นทะเลหมอกอยู่ไกลๆ แปรงฟันล้างหน้า ทานข้าว เก็บของเตรียมเดินลง ต้อมและทีมลูกหาบมาช่วยเก็บของ แบ่งของกัน เราเหลือน้ำ 1 ถังที่ให้แบกมาล่วงหน้า ใช้ไม่หมด คืนได้ไม่คิดเงิน เฉลี่ยเราใช้น้ำกันวันละ 1.5 ลิตร ต่อคน ต่อวัน รวมทั้งกินอาหารไปเกือบหมด ที่เหลือยกให้ลูกหาบ ด้วยเหตุผลคือให้ลูกหาบแบกของพวกเราลงไปให้ด้วย T_T ตอนขึ้นมาทำเก่ง แบกกันมาเยอะเชียว ตอนลงอยากจะยกให้ลูกหาบให้หมด 55555 ตอนเดินลงก็คิดว่าสบายๆเดินลง ที่ไหนได้ใช้กล้ามเนื้อคนละส่วนกับตอนขาขึ้น คราวนี้ปวดครบทุกไบเซปไตรเซป และอีกหลายๆเซปเลยทีเดียว ใช้เวลาเดินลง จาก 9 โมง ลงมาถึง บ่าย 2 โมง ลงมาทางปางวัว ชันสุดๆ เราเดินอย่างระมัดระวัง แต่ลูกหาบแทบจะวิ่งลงมาเลย นินจาชัดๆ แล้วตอนเดินลงนะ เจอทีมคุณป้าจากญี่ปุ่น คาดคะเนจากสายตาคิดว่าอายุประมาณ 50 ได้แล้ว เดินสวนขึ้นมาจากทางปางวัว โห แข็งแรงมาก เดินขึ้นทางชันมาได้ มากันประมาณ 10 กว่าคนได้ ด้วยความที่ภาษาญี่ปุ่นดีมาก เลยโคนิจิวะ ๆ ๆ ๆ คำเดียวเลย อ้อ อีกคำหนึ่ง บอกคุณป้าว่า สุโค่ยนะป้า


เดินมาถึงรถกระบะ นั่งไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายที่เขต คืนขยะ จ่ายลูกหาบ สรุปหารทุกอย่างแล้ว ค่าใช้จ่ายคนละ 1,900.- บาทถ้วน ไม่รวมค่าน้ำมันมาเชียงดาวนะ ถือว่าถูกกว่าทัวร์เยอะทีเดียวเชียว รถขับไปส่งที่รีสอร์ทอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมเดินทาง คืนนี้จะไปนอนที่ปางอุ๋ง วางแผนไว้ว่านอนสัก 2 คืน เพราะคงเมื่อยกันน่าดู นอนนวดยากันสัก 2 คืนน่าจะดีกว่า แยกย้ายกับพี่ๆอีก 3 คน ที่จะกลับกรุงเทพก่อน เรา 4 คนก็ขับย้อนกลับมาทางแม่แตง แวะตลาดซื้อของสดเอาไว้ทำกินที่แค้มป์ ดูเวลาก็ 16.30 น. แล้ว รีบซื้อของรีบไปต่อ ขับไปทางเส้นปาย แม่ฮ่องสอน มืดมาก รถน้อย โค้งเยอะ เราสี่คนชวนกันคุยแก้ง่วงด้วยเรื่องผี เออ เข้ากับบรรยากาศแบบประหลาดๆดีแฮะ กว่าจะถึงปางอุ๋ง หลงทาง แวะถามทางตำรวจที่ถ้ำปลา จึงคลำทางมาถึงที่หมายประมาณเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่ก็บอกกางได้เลย เด๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปจ่ายค่าธรรมเนียม กางเสร็จก็หลับกันเลย ข้าวเย็นเราแวะซื้อกินที่ 7-11 ตรงปายมาแล้ว อิ่มท้องหลับสบาย


1 ธ.ค. 59 : เช้าแรกปางอุ๋ง

เสียงนาฬิกามือถือปลุกประมาณเกือบ 6.00 น. มึนหัวลุกไม่ไหว เมื่อคืนขับรถไกลนอนดึก เลยบอกชาวคณะฝากเก็บภาพมาด้วย ไว้เช้าพรุ่งนี้ค่อยไปดู ตืนขึ้นมาอีกที ประมาณ 8 โมงกว่าๆ ลุกมาต้มน้ำ หาอะไรรองท้อง อากาศหนาวใช้ได้เลยทีเดียว เคยได้ยินได้เห็นรูปของคนที่เคยมาปางอุ๋ง ไม่คิดว่าจะหนาวและสวยขนาดนี้ ลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำอยู่บนที่สูง สูงมาก ถนนเข้ามาก็แคบอยู่ ถ้าช่วงเทศกาลรถคงเข้าออกกันลำบาก ปางอุ๋งมีชื่อจริงว่า โครงการพระราชดำริปางตอง 2 ส่วนปางอุ๋งเป็นชื่อเล่น ก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนนะครับ ลืมถามมา หลังจากอิ่มข้าวเช้าก็เดินเล่นดูนกแถวฐานที่มั่นเรา มีนกเยอะเลย เจอนกติ๊ดใหญ่ พญาไฟ หัวขวาน และต้องไม่พลาดเลยสำหรับหงส์ขาวดำ 2 คู่ ที่จะลอยน้ำเล่นอยู่ตลอดเวลา ดูเพลินๆทั้งวัน เที่ยงแล้ว อากาศไม่มีทีท่าว่าจะร้อนเลย อยู่ในร่มลมก็ยังพัดเย็นสบายๆ คิดถูกแล้วที่อยู่อีกคืน เสียอย่างเดียวห้องน้ำไกลไปหน่อย อยู่ตรงลานจอดรถ สัญญาณโทรศัพท์มีเยอะอยู่ แต่พอตกบ่าย 3G หายไปซะงั้น ไฟฟ้าไม่มีให้ชาร์จฟรี ต้องไปที่ร้านค้า คิดค่าชาร์จโทรศัพท์ 20 บาท ถ้าพาวเวอร์แบงค์คิด 40 บาท หมดไป 1 วันสำหรับปางอุ๋ง นั่งๆนอนๆนวดยาแก้ปวดกันไป ตกเย็นเตรียมทำอาหาร ค้นเสบียงมาทำ ได้เมนูหมูสามชั้นผัดพริกเกลือ พี่บอยกับหลานแบม 2 พ่อลูกผู้รักการผจญภัย อยากกินมาก เชฟคนป่าอย่างเราก็ไม่รอช้า พร้อมด้วยต้มกระดูกหมูผักกาดดอง และผัดผักฝักแม้วที่ซื้อมาจากตลาด อร่อยทีเดียวเชียวแหละ หัวค่ำเราก็ไปนั่งดูดาวกัน โห ออกมากันเยอะมากมาย หลับฝันดีกันไป

2 ธ.ค. 59 : ปางอุ๋งแสนสวย

เช้านี้ไม่พลาด เมื่อคืนได้นอนเต็มอิ่ม ตื่นมาแต่เช้า โอ้โห สวยจริงๆเลยเชียว น้ำนิ่งยังกับกระจก สะท้อนเงาท้องฟ้าแซมด้วยก้อนเมฆในจังหวะกำลังดี พระอาทิตย์เริ่มยิงแสงสีแดงกระทบมา ยังกับภาพเขียนสีน้ำมันเลยทีเดียว พอแสงเริ่มมาก็เห็นไอน้ำบนผิวน้ำลอยขึ้นมาสวยๆ ใครสนใจล่องแพชิวๆก็ไปติดต่อตรงท่าเรือได้ ดูๆไปเหมือนอาราชิยาม่าที่ญี่ปุ่นเลยแฮะ ถ่ายรูปกันเพลินๆหิวซะแล้ว เช้านี้ก็ปิ้งขนมปัง ทอดไส้กรอกกินไข่ดาวกันซะหน่อย สักพักเจ้าเดี่ยวลูกหมาสีขาวก็เข้ามาหา คงจะได้กลิ่นของกิน เมื่อวานก็มานะ น่ารักมาก หลังจากอิ่มเราก็รอแดดมาซะหน่อยเพื่อจะให้เต๊นท์แห้ง เตรียมเก็บของอาบน้ำ วันนี้จะไปให้ถึงอุทยานแห่งชาติแม่เมย จังหวัดตาก ดูจาก GPS แล้วคิดว่าไม่ไกลมาก ร้อยกว่าโลเอง ออกมาจากปางอุ๋ง ขับไปเที่ยวบ้านรักไทยซะหน่อย เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนานที่เข้ามาอยู่ที่นี่ แล้วปลูกชาอู่หลงขาย ลองชิมดูหอมอร่อยดี เลยซื้อกลับมานิดหน่อย (กลับมาบ้านไม่ค่อยได้กินหรอก อากาศร้อนจะตาย) จากนั้นก็ขับไปกินข้าวเที่ยงที่ตัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เจอขุมทรัพย์ล้ำค่ามาก ร้านอาหารตามสั่งแถวตลาดผัดกระเพราหมูไข่ดาว อร่อยชิบหาย อุ๊ย ขอโทษครับพูดไม่เพราะ อร่อยมากๆพอละกันเนอะ ก่อนเดินทางต่อเราแวะซื้อของเพิ่มที่ตลาด แล้วก็เดินทางต่อ แนะนำว่าเติมน้ำมันไปเลยนะครับ ปั้มมีน้อยจังหวัดนี้ ขับไปเรื่อยๆ เอ๊ะ ทางโค้งและเขาเยอะจริงๆ จึงเพิ่งรู้กันว่าขับทางโค้งๆเขาๆตอนกลางคืน ง่ายและคนนั่งเมารถน้อยกว่าตอนกลางวัน พี่บอยบอกว่าเป็นเพราะสายตาเราต้องปรับสู้กับแสงแดดอีก เลยทำให้เวียนหัวง่ายกว่า กว่าจะถึงอุทยานแม่เมยก็ 2 ทุ่มกว่าๆล่ะครับ มาถึงที่กางเต๊นท์แปลกใจมาก ทำไว้ดีมากเลยล่ะ มีช่องจอดรถพอดีคัน พร้อมที่กางเต๊นท์ โต๊ะปิคนิคข้างๆ ของใครของมัน เป็นสัดส่วนดี ห้องน้ำสะอาด ใหม่ น่าใช้งานมาก วันนี้คนเยอะหน่อยเพราะเป็นคืนวันศุกร์ แต่ก็ไม่มีใครเสียงดัง กินข้าวเสร็จก็หลับเลย มีเซอไพร์เล็กๆ เจอพี่หญิงเต๊นท์ข้างๆกัน เป็นพี่ที่เคยเจอกันที่ห้วยขาแข้ง เป็นนักแค้มปิ้งอาชีพคนนึงเลย ออกทริปกับแฟนชาวนิวซีแลนด์กันทีหลายเดือน แต่ยังไม่ได้ทักทายกันเพราะดึกแล้ว พรุ่งนี้จะขึ้นไปถ่ายรูปที่ม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส

3 ธ.ค. 59 : แม่เมย ม่อนกิ่วลม ม่อนครูบาใส ม่อนพูนสุดา

5.30 น. พวกเราขับรถขึ้นไปที่ม่อนกิ่วลมเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็ถึงที่หมาย มีบางคนกางเต็นท์นอนอยู่ที่นี่เลย แต่ลองสำรวจห้องน้ำดูแล้วไม่ดีเท่าด้านล่าง แต่คงได้บรรยากาศดีกว่า รอสักพักพระอาทิตย์เริ่มมาตามนัดหมาย ประมาณ 6.20 ก็เริ่มเห็นแสง ฤดูกาลนี้พระอาทิตย์ตอนเช้ากับตอนเย็นสวยจริงๆ ยิ่งมีทิวเขาสลับซ้อนกันเป็นชั้นๆไปก็ยิ่งสวยขึ้นไปอีก เก็บภาพได้สักพักคนเริ่มมาเยอะ เราก็ขับลงไปที่ม่อนพูนสุดาเพื่อดูวิวทะเลหมอกซะหน่อย ตรงนี้เห็นไม่ค่อยกว้างนักเลยลงไปนิดเดียวที่ม่อนครูบาใส เห็นวิวกว้างกว่ามากมาย หมอกเต็มไปหมดเลย ดูสวยดี ก็เลยตั้งเตาต้มน้ำกินกาแฟกินโกโก้กันไป แดดเริ่มแรงขึ้นก็ลงไปกินเข้าที่พักเก็บเต็นท์ ทักทายพูดคุยกับพี่หญิง จึงได้ข้อมูลสำคัญมาว่าจุดหมายต่อไปที่อุทยานตากสินมหาราช คนเยอะที่กางเต็นท์น้อย เลยแนะนำให้เราไปที่ลานสาง เลยไปนิดเดียวเอง และที่เด็ดขั้วหัวใจสาวๆในทีมเยอะแยะก็คือ "มีน้ำอุ่น มีไฟฟ้าให้ชาร์จ" แค่นั้นแหละคะแนนเสียงข้างมากก็ไปที่ลานสางเลย ขับออกมาจากแม่เมยเราก็แวะกินข้าวเติมเสบียงที่แม่สอดก่อน แม่สอดเคยมาตอนเด็กๆนานมากแล้ว จำได้ลางๆว่าเป็นอำเภอไม่ใหญ่ อาหารอร่อย คนน่ารัก มาวันนี้แม่สอดเป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองใหญ่ คนเพียบเลยเชียว มีห้างใหญ่โต ได้เจอร้านก๋วยเตี๋ยวไทยป้าหอมจันทร์อร่อยมาก แนะนำเลย อิ่มท้องเติมเสบียงเราก็มุ่งหน้าไปต่อเข้าทางเส้นอำเภอเมืองตาก ถนนกำลังขยายอยู่ทำให้รถวิ่งได้ช้า ก็ค่อยๆไปกันจนถึงลานสาง 16.30 น. เราก็กางเต็นท์ตรงข้างๆศาลาริมน้ำตก กางเสร็จพี่ๆเต็นท์ใกล้ๆเอาไข่เจียวมาให้ เราก็เลยเอากุนเชียงที่ซื้อจากแม่ฮ่องสอนกลับไปให้ มีคงเป็นเสน่ห์ของการกางเต็นท์อีกอย่างที่ทำให้ผมชอบ เราได้ใกล้ชิดธรรมชาติและมีการติดต่อกันระหว่างคนที่มาเที่ยวกัน อ้อ ตรงศาลามีปลั๊กไฟอยู่ 2 รู เยอะแยะทีมมีปลั๊กพ่วงมาเผื่อแผ่ทุกคน เลยจัดการชาร์จแบตทุกสิ่งอย่างกันเลยทีเดียว รวมทั้งรับหน้าที่เฝ้าอุปกรณ์ให้พี่ๆเต็นท์อื่นด้วย

เก็บของเสร็จก็เดินทางต่อไป อช ลานสาง ตามแผนที่ด้านล่างครับ

4 ธ.ค. 59 : แก่งลานนกยูง นอนฟังสายน้ำก่อนกลับ

ตื่นที่ลานสาง ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้า อาบน้ำอุ่นที่ตอนแรกไม่อุ่น แต่พี่แม่บ้านจามคนมาซ่อมให้จนอาบกันสบายเลย เก็บเต็นท์มุ่งหน้าไปแก่งลานนกยูงที่นครสวรรค์กัน แก่งลานนกยูงที่อำเภอคลองลานอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีโครงการที่จะทำเขื่อน ซึ่งเป็นการทำลายระบบนิเวศที่สำคัญมาก เพราะป่าตรงนี้เป็นที่หากิน แหล่งน้ำของสัตว์ป่า ที่วางไข่ของนกยูง แต่บรรดานายทุนก็หาข้ออ้างของมนุษย์สุดประเสริฐจะมาทำลาย ด้วยข้ออ้างคลาสสิคนั่นคือเพื่อความเจริญ แต่ของใครถ้าไม่ใช่เงินในบัญชีพวกท่านๆกันล่ะ เริ่มเครียดกันละ กลับมาที่เดินทางกันต่อ 5555 เขาว่าเลขห้าทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยเอามาเบรคอารมณ์ซะหน่อย ทีมเยอะแยะแวะเข้าไปเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชรกัน ที่อุทยานประวัติศาสตร์ ดูศิลปโบราณซะหน่อย แวะกินก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมแม่น้ำ ก๋วยเตี๋ยวเรือบกอร่อยดี และที่จะไม่พลาดคือเฉาก๊วยชากังราว นี่คือเหตุผลที่ต้องแวะเลย มากินถึงถิ่น อร่อยมาก เหนียวหนึบเคี้ยวมัน อิ่มแล้วเราไปถึงแก่งลานนกยูงประมาณ 4 โมงเย็น กางเต็นท์ ทำอาหาร ถ่ายรูป ห้องน้ำที่นี่เก่าไปหน่อย แคบๆ แต่ก็ไม่น่าเกลียดอะไร ได้มาตรฐานคาบเส้น นอนฟังเสียงน้ำตก พร้อมกับกินล้างกินผลาญเอาให้หมดตู้เย็นกันเลยทีเดียว

5 ธ.ค. 59 : เดินทางกลับบ้าน แวะกินข้าวที่อุทัยธานี

หลังจากเก็บเต็นท์เสร็จ เราก็เดินทางกลับ ทุกคนดูมีความสุข ได้เติมพลังงานจากธรรมชาติมาอย่างล้นเหลือ ตอนแรกว่าจะไปกินข้าวเที่ยงที่อยุธยา จะไปกินกุ้งแม่น้ำซะหน่อย แต่ไปไม่ทัน กระเพาะพวกเราทนไม่ไหวเลยแวะกินที่จังหวัดอุทัยธานี ร้านกังสดาล ร้านเก่าแก่ แต่ข่าวร้ายคือกุ้งหมด เมื่อวานคนเยอะ เลยสั่งปลาแรดมาแทน อร่อยมาก ตัวใหญ่มาก อิ่มกันเสร็จก็เดินทางกลับบ้านเรา พระอาทิตย์ยามเย็นระหว่างขับรถกลับบ้าน มองแล้วคิดถึงหนังการ์ตูนญี่ปุ่น ตอนจบของเรื่อง ที่มีตัวหนังสือญี่ปุ่นมุมขวาล่าง จบแบบสุขๆปนเศร้าเล็กน้อยที่วันหยุดของเราหมดลงแล้ว

มาสรุปคะแนนจากทีมเยอะแยะกันเถอะ ^^

ดอยหลวงเชียงดาว

คะแนน : บรรยากาศ 10/10 ห้องน้ำ 1/10 สัญญาณโทรศัพท์ 5/10

ปางอุ๋ง

คะแนน : บรรยากาศ 9/10 ห้องน้ำ 8/10 สัญญาณโทรศัพท์ 7/10

อุทยานแห่งชาติแม่เมย (ที่ทำการ)

คะแนน : บรรยากาศ 9/10 ห้องน้ำ 9/10 สัญญาณโทรศัพท์ 9/10

อุทยานแห่งชาติลานสาง (ที่ทำการ)

คะแนน : บรรยากาศ 6/10 ห้องน้ำ 10/10 สัญญาณโทรศัพท์ 9/10

แก่งลานนกยูง

คะแนน : บรรยากาศ 7/10 ห้องน้ำ 5/10 สัญญาณโทรศัพท์ 9/10

 
 
 

Comments


About Me.

ธรรมชาติกับมนุษย์ ต้องมีความสมดุลซึ่งกันและกัน ถ้าเราทำลายเพื่อนร่วมโลกกันหมดสิ้น มนุษย์เราจะมีความสุขกันได้จริงๆเหรอ พวกเราเยอะแยะแค้มปิ้งอยากจะชวนทุกคนออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยที่ล้อมรอบด้วยคอนกรีต ออกมาอยู่กับธรรมชาติ แล้วคุณจะค้นพบความสุขในธรรมชาติ

  • Black Facebook Icon
  • Black Instagram Icon
  • icon175x175
Never Miss a Post!

YERYAECAMPING

การถ่ายภาพคือชีวิต การท่องเที่ยวคือลมหายใจ การแค้มปิ้งคือเครื่องใน การใส่ใจคือตัวเรา

ไม่รู้ด้านบนจะเรียกว่ากลอนได้มั้ยนะ เอาสั้นๆก็จะบอกว่า ไป ไปเที่ยวกันดีกว่าพวกเรา

  • Grey Facebook Icon
  • Grey Instagram Icon
  • icon175x175gray

© 2016 by yeryaecamping. Proudly created with yeryae.co

bottom of page